เครื่องฟอกอากาศ ต้องมีกี่ชั้นถึงจะกรอง PM 2.5 ได้?

134 Views  | 

เครื่องฟอกอากาศ ต้องมีกี่ชั้นถึงจะกรอง PM 2.5 ได้?

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย

ข่าวเรื่องฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นข่าวที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะ 1-2 ปีมานี้ และประเทศไทยมักถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก โดยการจัดอันดับตามมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา (US AQI) ซึ่งสามารถดูข้อมูลนี้ได้จากแอปพลิเคชัน Air Visual

แหล่งกำเนิด PM2.5 หลักๆ ในประเทศไทย มี 3 อย่าง คือ รถยนต์ การเผาในที่โล่งแจ้ง และสภาพความกดอากาศต่ำ ซึ่งวิกฤตฝุ่น PM2.5 เมื่อช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร และสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวแต่ไม่ได้ผลที่ดีนัก

อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 นายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้ประชุมติดตามความก้าวหน้า “การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง” พบว่าการลดใช้เชื้อเพลิงจากโรงงาน การเผาในที่โล่งแจ้ง ทำให้ฝุ่น PM2.5 ลดลง แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังกันต่อไป



PM2.5 คืออะไร?

PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เทียบได้ว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมมนุษย์ เล็กจนขนจมูกของมนุษย์ที่ทำหน้าที่กรองฝุ่นนั้นไม่สามารถกรองได้ จึงแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยอื่นๆ ในร่างกายได้ ตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งอื่นๆ



อันตรายและผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5

ร่างกายของผู้ที่แข็งแรงเมื่อได้รับฝุ่น PM2.5 อาจจะไม่ส่งผลกระทบให้เห็นในช่วงแรกๆ แต่หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือสะสมในร่างกาย สุดท้ายก็จะก่อให้เกิดอาการผิดปกติของร่างกายในภายหลัง โดยแบ่งได้เป็นผลกระทบทางร่างกาย และผลกระทบทางผิวหนัง

ผลกระทบทางสุขภาพ

• เกิดอาการไอ จาม หรือภูมิแพ้

• ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ฝุ่นอยู่แล้ว จะยิ่งถูกกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น

• เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง

• เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง

• เกิดโรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอด

ผลกระทบทางผิวหนัง

• มีผื่นคันตามตัว

• ปวดแสบปวดร้อน มีอาการระคายเคือง

• เป็นลมพิษ ถ้าเป็นหนักมากอาจเกิดลมพิษบริเวณใบหน้า ข้อพับ ขาหนีบ

• ทำร้ายเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวอ่อนแอ เหี่ยวย่นง่าย

ตั้งแต่เมืองไทยได้เกิดวิกฤตฝุ่น PM2.5 นั่นและยังพุ่งทะยานขึ้นเป็นประเทศที่สภาพอากาศแย่เป็นอันดับ 3 ของโลก

เครื่องฟอกอากาศ จึงได้ยืนหนึ่งรับมงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านทุกครัวเรือนต้องมี เพื่อสุขภาพคนในบ้านโดยเฉพาะ

บ้านไหนที่มีผู้ป่วยหรือเด็กเล็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแน่นอนว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เครื่องฟอกอากาศจะเป็นตัวช่วยกรองฝุ่น PM2.5 ได้ดี แต่เครื่องฟอกอากาศจะเป็นเพียงแค่เครื่องปล่อยลมธรรมดาๆทันที หากไม่มี “แผ่นกรองอากาศ” เครื่องฟอกอากาศทั่วไป หลักๆจะมีเพียง 2-3 แผ่น และบางตัวอาจมีถึง 5 แผ่น 



เจาะลึก แผ่นกรองอากาศทั้ง 3 ชั้นที่เครื่องต้องมี มีอะไรบ้าง? ทำหน้าที่อะไร?

1.แผ่นกรองอากาศชั้นต้น (Pre Filter)

ชั้นแรกสุดของ เครื่องฟอกอากาศ เป็นแผ่นกรองชั้นแรกที่อยู่นอกสุด ลักษณะเป็นตาข่ายถี่ โดยทั่วไปสามารถถอดออกมาล้างและทำความสะอาดได้

Pre Filter ทำหน้าที่ :: ดักจับฝุ่นละอองหยาบขนาดใหญ่ 1-10 ไมครอน ก่อนที่ฝุ่นจะเข้าไปในแผ่นกรองด้านใน

สามารถยืดอายุการทำงานแผ่นกรองชั้นถัดๆไป ให้มีประสิทธิภาพการกรองฝุ่นมากที่สุด

2.แผ่นกรองอากาศ HEPA (HEPA Filter)

เครื่องฟอกอากาศ จะขาดแผ่นกรองชั้นไปไม่ได้เพราะเป็นแผ่นกรองที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำมาจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส  ตาข่ายละเอียดถี่ยิบกว่าแผ่นกรองชั้นแรก ซึ่งหมายความว่าสามารถดักจับฝุ่นได้ละเอียดมาก แผ่นกรอง HEPA มีหลายเกรดซึ่งสามารถสังเกตได้อย่างง่ายดาย ด้วยการดูที่ตัวเลขที่ตามหลัวตัวอักษร  “H” โดยยิ่งตัวเลขที่ตามหลังจำนวนสูงคุณสมบัติในการกรองยิ่งมีประสิทธิสูงมากยิ่งขึ้นตามนี้ :



 (ภาพแผ่นกรอง เกรดดีที่สุด H13)
 1.)HEPA H14 : ในอากาศ 1 ลิตรสิ่งสกปรกขนาด 0.1 ไมครอน มีโอกาสผ่านไป “0.005%”   (ใช้สำหรับเครื่องฟอกอกาศในสำนักงานขนาดใหญ่)

 2.)HEPA H13 : ในอากาศ 1 ลิตรสิ่งสกปรกขนาด 0.1 ไมครอน มีโอกาสผ่านไป “0.05%”      (เกรดที่แนะนำ ดีที่สุดสำหรับกรองอากาศในบ้าน)

 3.)HEPA H12 : ในอากาศ 1 ลิตรสิ่งสกปรกขนาด 0.1 ไมครอน มีโอกาสผ่านไปมากกว่า “0.5%”

 4.)HEPA H11 : ในอากาศ 1 ลิตรสิ่งสกปรกขนาด 0.1 ไมครอน มีโอกาสผ่านได้สงูสดุ “5%”

 5.)HEPA H10 : ในอากาศ 1 ลิตรสิ่งสกปรกขนาด 0.1 ไมครอน มีโอกาสผ่านไปมากกว่า “15 %”

การเลือกแผ่นกรองอากาศ HEPA เกรดสงู (H13-H14) ก็จะถือว่าตอบโจทย์มากที่สุด

ปกติไม่ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ HEPA ด้วยน้ำ ผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ เพราะมันจะทำให้เสื่อมสภาพเร็ว

HEPA Filter ทำหน้าที่ :: ดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน เป็นชั้นสำคัญที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นละออง แบคทีเรีย เชื้อโรค เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ก็เข้าไปได้ยาก มีเพียงอากาศบริสุทธิ์เท่านั่นที่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

3.แผ่นกรองคาร์บอน (Carbon Filter)

เป็นอีกชั้นที่เป็นแผ่นกรองที่ช่วยในเรื่องของการกรองกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ การกรองก็เป็นสิ่งสำคัญอากาศดีแต่กลิ่นเหม็นก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน แผ่นกรองคาร์บอนจะมีลักษณะเป็นสีดำ เพราะมีส่วนผสมของคาร์บอน หรือถ่านนั่นเอง



Carbon Filter หน้าที่ ::  แน่นอนว่าช่วยในเรื่องดับและกรองกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากการประกอบอาหาร บุหรี่ ควันธูป กลิ่นฉี่น้องหมาน้องแมว กลิ่นต่างๆ สามารถกรองได้หมด

ถึงจุดนี้แล้วทุกคนคงหายสงสัยว่าในเครื่องฟอกอากาศมีอะไร? ทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงสามารถกรองฝุ่นPM2.5 ได้

สำหรับใครที่ยังไม่มีและกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศไว้ติดบ้าน และจะตัดสินใจซื้อนอกจากเครื่องฟอกจะต้องกรอง

อากาศให้สะอาดแล้วแนะนำให้เลือกเครื่องฟอกอากาศที่ประหยัดไฟจะได้ใช้งานอย่างคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด

ภาพกรองกลิ่น ไม่พึงประสงค์

เครื่องฟอกอากาศ Vitainno 

นวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศ Vitainno กรองสูงสุด 7 ขั้นตอนในหนึ่งเดียว ยิ่งกรองมากยิ่งสะอาดมาก 

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอออกแบบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และวัสดุที่ยอดเยี่ยม ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล 

ที่มีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ สามารถฟอกฝุ่นละอองขนาดเล็ก สูงสุดถึง 0.1 ไมครอน เกสรดอกไม้ เชื้อแบคทีเรีย และสารอันตรายอื่นๆในอากาศได้ถึง 99.97%


Powered by MakeWebEasy.com
Vitainno ใช้คุกกี้ (Cookie) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและเนื้อหาต่าง ๆ ในเว็บไซต์ และเพื่อประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้เข้าใช้งาน นโยบายความเป็นส่วนตัว